วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

สะพายกล้อง : 3 ค่าพื้นฐานในการถ่ายภาพ


สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ พบกันอีกแล้วกับบทความถ่ายภาพแบบง่าย ๆ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับค่าพื้นฐานต่าง ๆ ของกล้องถ่ายภาพกันนะครับ โดยค่าต่าง ๆ ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้เป็นพื้นฐานที่มีอยู่ในตัวกล้องทั้งในระบบ DSLR และ ดิจิตอลคอมแพคนะครับ ซึ่งจะทำให้เพื่อน ๆ ที่ทั้งสองรูปแบบสามารถปรับค่าต่าง ๆ กันได้ โดยผมจะเป็นตามโหมดของกล้องกัน ok เรามาเริ่มกันเลย








ค่าพื้นฐานที่ต้องทำความเข้าใจก่อนถ่ายภาพ



          ความไวชัตเตอร์ : ค่าที่ใช้ในการจับภาพ โดยความเร็วของการจับภาพแต่ละชัตเตอร์นั้นจะเป็นวินาที (ช้าสุดของกล้องจะได้ 30 วินาที) - 1 ในส่วนของวินาทีเช่น 1/10 , 1/100 1/1000 ยิ่งค่าของตัวเลขมากเท่าไรนั้นเท่ากับว่าเราสามรถหยุดสิ่งที่เคลื่นได้นิ่งขึ้นเท่านัั้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับค่า อื่น ๆ ด้วยที่จะทำให้ความสว่างและความคมชัดของภาพสมดุล

ภาพตัวอย่างของการเลือกใช้ ความไวชัตเตอร์




        ให้ลองสังเกตพัดลมที่หมุนอยู่นะครับ จากการเลือกใช้ค่าชัตเตอร์ที่ 1/40 ไล่ไปจนถึง 1/2000 จะเห็นได้ว่าพ่อค่านั้นสูงขึ้นเท่าไร เราก็จะสามรรถหยุดความเร็วของวัตถุที่เครื่องที่ได้นิ่งขึ้นตามไปด้วย


          รูรับแสง : อีกหนึ่งค่าที่อยากจะแนะนำให้ได้ทราบกันกับ ค่ารูรับแสง หรือ F-Stop Number เรียกกันง่าย ๆ ว่าค่า F นะแหละครับ โดยรูรับแสงนี้จะมีค่าเริ่มต้นที่ต่างกันไปแล้วแต่เลนส์ที่เราใช้งาน โดยค่า F นั้น จะมีผลต่อความคมชัดของภาพ ซึ่งในทางเทคนิคกระบวนการทำงานของตัวเลนส์ในการถ่ายภาพนั้น ค่า F ยิ่งน้อยจะทำให้ม่านรูรับแสงของตัวเลนส์เปิดกว้างขึ้น ทำให้เซ็นเซอร์กล้องรับแสงได้มากขึ้น  พูดเรื่องเทคนิคของกาารทำงานกล้องหลายคนอาจจะงง ๆ มาเข้าประเด็นเลยดีกว่า ว่าแล้วมันมีผลยังไงต่อภาพ ก็คือ ยิ่งถ้าเราเปิด F ที่มี่ค่าน้อยเท่าไร ยิ่งทำให้ฉากหลังละลายได้มากเท่านั้น ซึ่งเราเรียกการถ่ายแบบนี้ว่า Dept of Field หรือระยะชัดลึก ซึ่งจะทำให้ตัวแบบนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาทันตาเห็น เพราะฉากหลังถูกละลายออกไปนั่นเอง และเมื่อเราเพิ่มค่าของ F เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ผลที่เกิดจากภาพคือ ฉากหลังเราก็จะชัดขึ้นหรือวัตถุที่อยู่ใกล้เคียงกับแบบที่เราถ่ายก็จะชัดขึ้นนั่นเอง ลองดูภาพตัวอย่างด้านล่างนี้ได้เลยครับ


ภาพตัวอย่างผลของจากเลือกใช้รูรับแสงในค่าต่าง ๆ 



        ภาพตัวอย่างการแสดงผลของการเลือกใช้รูรับแสงในแต่ละช่วง จะเห็นได้ว่าเมื่อเราทำการเพิ่มค่าของรูรับแสงเพิ่มขึ้นไป แบบที่อยู่ด้านหลังฉากเราจะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งความชัดของฉากหลังนั้นขึ้นอยู่กับระยะที่แบบอยู่ห่างจากวัตถุด้านหลังอีกด้วย


ค่า ISO : ค่า ISO หรือเราเรียกว่าค่าชดเชยแสงนั่นเอง โดยค่าตัวนี้จะช่วยให้เราสามาถเร่งความสว่างของให้มีความสว่างมากขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้เราสามารถดันความไวชัตเตอร์เพิ่มขึ้นไปเพื่อที่จะสามารถถ่ายภาพได้นิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่กล้องจะมีค่า ISO เริ่มต้อนที่ 100 - 1800 หรืออาจจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของกล้องแต่ละตัวนั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การอัด ISO ขึ้นไปนั้น มักจะเกิดสัญญาณรบกวนหรือที่เราเรียกกันว่า Noise ซึ่งจะทำให้เกิดภาพที่แตกเมื่อเราตั้งค่า ISO ที่สูงขึ้นไป แต่ในปัจจุบันนี้ กล้องหลาย ๆ ตัวได้มีการพัฒนาให้ลดการเกิด Noise ได้ดีมากขึ้น ทำให้สามาถถ่ายภาพในที่แสงต่ำ ๆ ได้ดีนั่นเอง เรามาดูตัวอย่างภาพของ ISO ในแต่ละค่ากันว่ามีผลต่างอย่างไรบ้าง

ภาพตัวอย่างผลของจากเลือกใช้ค่า ISO 


จะเห็นได้ว่าค่า ISO เมื่อเราทำการอัดเพิ่ม เพื่่อให้สามารถคุมความไวชัตเตอร์ได้แต่สิ่งที่เกิดกับภาพคือภาพแตกเล็กน้อยจนเกิดเป็นเม็ดเล็ก ๆ ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้ในในการแต่งภาพนั่นเอง




        การถ่ายภาพนั้นหลัก ๆ แล้วจำเป็นต้องอาศัย ค่าทั้ง 3 เป็นหลักใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น ISO+ ความไวชัตเตอร์ + รูรับแสง ทั้ง 3 ค่านี้ให้ลงตัวในภาพเดียว ฟังดูเหมือนอาจจะยากไปสักนิดนึง แต่เชื่อเถอะครับว่าถ้าเราเข้าใจมันแล้ว การถ่ายรูปให้ได้อย่างใจเรา จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในบทความครั้งแต่ไป ผมจะว่าถึงการวัดแสงและการปรับ WB ซึ่งจะเป็นการปูพื้นฐานกับการถ่ายภาพสำหรับ เพื่อน ๆ ที่ชอบถ่ายภาพแต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี รายละเอียดจะเป็นอย่างไรโปรดติดตามอ่านได้เร็ว ๆ นี้ครับ

บทความและภาพโดย : เชาว์วฤทธิ์ แก้วเกิด (Zaddman)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น