สวัสดีครับพี่น้อง ทุกๆ ท่านพบกับบทความแต่งภาพกันอีกแล้วใน Blog สะพายกล้องแห่งนี้ หลังจากวันก่อนมีน้อง ๆ และหลาย ๆ คนถามมาจากใน Facebook ของผม วันนี้ เป็นอันว่าผมจะแนะนำเป็นขั้นตอนไปแล้วเอาไปประยุกต์แต่งกันนะครับ วันนี้ขออนุญาติ ใช้ภาพ อัตจังจาก AKB48 มาแต่งล่ะกัน (คุคุคุค...หวังว่าคงไม่โดนเรื่องลิขสิทธิ์นะ) ok มาเริ่มกันเลยล่ะกัน ก่อนอื่นขออกตัวก่อนนะครับว่าเทคนิคนี้ เพื่อน ๆ จำเป็นต้องใช้ Adobe Photoshop CS6 เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ Filter Oil Paint ในการแต่งด้วยนะครับ รวมถึง Filter บางตัวจำเป็นต้องใช้ Plug-in ของ Nik Software นะครับ ลองหามาใช้กันดูนะ โอเชมาเริ่มกันเลยดีกว่า
======================================================================
โปรแกรมแต่งภาพโดย : Photoshop CS6 และ Plug-in Nik Software Color Fx
======================================================================
ขั้นตอนแรกเปิดไฟล์ภาพที่เราต้องการเปิดไฟล์ขึ้นมาก่อน ดังภาพด้านล่างนี้
จากนั้นทำการ Duplicate Layer ขึ้นมาอีกหนึ่งชั้นเพื่อ ทำเป็นชั้นของ สีน้ำมันในขั้นตอนต่อไป
เมื่อเราได้ทำการเพิ่ม Duplicate ขึ้นอีกชั้นนึงแล้ว ให้เราไปที่ Filter Oil Paint แล้วกำหนดค่า ตามรูปด้านล่างได้เลยครับ
ไปที่ Filter > Oil Paint จากนั้นกำหนดค่า ตามภาพด้านล่างนี้ครับ
หลังจากที่เราได้ภาพในรูปแบบสีน้ำมันมาแล้ว ซึ่ง Filter นี้จะมาพร้อมอยู่ใน Photoshop CS6 อยู่แล้วนะครับ ถือว่าเป็น Filter ที่ช่วยในการแต่งภาพได้มากโขอยู่ ขั้นตอนต่อไปเป็นการเปิดรายละเอียดของภาพหลังจากที่เราแต่งภาพในโทนสีน้ำมันไปแล้วเมื่อสักครู่ โดยฟิวเตอร์นี้ เราต้องไปหาโหลดมาใช้กันกับ NikSoftware Color FX ด้วยฟิวเตอร์ที่เลือกใช้คือ Tonal Contrast วิธีใช้หลังไปหาโหลดมาแล้ว มันจะอยู่ใน Filter จากนั้นให้เราเข้าไป Color Efex Pro เลือก Tonal Contrast โดยตั้งค่าตามภาพด้านล่างนี้
หลังจากทำการเปิดรายละเอียดเพิ่มเติมจาก Tonal Contrast ให้เราทำการตั้งMask ขึ้นมาใน Layer ที่เราทำการแต่งไปเมื่อสักครู่ เพื่อทำการลบผิว เนื่องจากการใช้ฟิวเตอร์ Tonal Contrast ทำใหผิวของตัวแบบโดนย้อมไปด้วย จึงต้องทำการ Mask แล้วทำการลบเพื่อใช้ผิวจาก Layer ตัวเก่าด้านล่างนั้่นเอง
ตั้งค่า Opacity ของยางลบที่เราทำการลบให้อยู่ ประมาณ 50-55% โดยประมาณดังภาพด้านล่างนี้
เมื่อเราทำการตั้งค่ายางลบเสร็จแล้วให้เราทำการลบผิวของตัวแบบใน Layer ที่ได้ทำการ Mask ออกให้หมด ค่อย ๆ เกลี่ยไปเรื่อย ๆ เราจะเห็นความต่างของภาพที่เกิดขึ้นทีละนิด ๆ สังเกตจากภาพด้านล่าง ผิวในตอนที่เราแต่งภาพฟิวเตอร์สีน้ำมันได้กลับมาสภาพเดิมแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เราให้เราทำการ Flatten ภาพเพื่อทำการแต่งในขั้นตอนต่อไป...
หลังจากที่่เราทำการ Flatten Layer ไปแล้วครั้งก่อน ให้เราทำการ Duplicate Layer ขึ้นมาอีกชั้น โดยขึ้นตอนต่อไปเราจะทำการเพิ่มแสงข้างเพื่อให้ถาพดูน่าสนใจขึ้นโดยใช้ Filter Lens Flash ด้านมุมบนของภาพ
ไปที่ Filter > Render > Lens Flare ตามขั้นตอน จากนั้นทำการตั้งค่า Lens Flare
การตั้งค่า Filter ของ Lens Flare นั้น ผมทำการกำหนดค่าเป็นแบบ Zoom เลืแกใช้แบบ Best โดยใช้มุมแสงเข้าาทางด้านมุมซ้ายด้านบนของภาพ ซึ่ง การวางตำแหน่งของ Lens Flare นั้นขึ้นอยู่กับทิศทางของแบบส่วนใหญ่ผมจะใช้วางอยู่ เหนือตัวแบบ ไม่มุมใดมุนหนึ่งด้านบน โดยการตั้งค่าดูได้จากภาพด้านล่างนี้ได้เลยครับ
หลังจากที่เราใช้ Lens Flare เพื่อเปิดแสงทางด้านมุมบนแล้วนั้น จะเห็นว่า แสงขาวนั้นไปกลับรายละเอียดบางส่วนของแบบที่เราแต่ง ให้เราทำการ สร้าง Mask ขึ้นใน Layer ที่เราได้ทำทำLens Flare ไปเมื่อสักครู่นี้
โดยการลบแสงฟุ้งในส่วนของตัวแบบนั้น เราจะใช้ ความเข้มของยางลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยกำหนดค่าอยู่ที่ 25-27% ตามภาพ จากนั้นททำการลบในส่วนที่ฟุ้งของตัวแบบตามภาพด้านล่าง
เทคนิคการลบในตรงส่วนนี้แนะนำว่าค่อย ๆ เกลี่ย ลบในส่วนของความฟุ้งแสงออกไป เพื่อเปิดรายละเอียดของโทนผิวและรายละเอียดของส่วนแบบและส่วนอื่น ๆ ของตัวภาพด้านล่างนี้....
หลังจากที่ผมกำหนดแสงบนให้กับตัวแบบด้วยการใช้ Lens Flash ให้กับภาพแล้ว เราจะมาสร้างให้แสงนั้นเกิดทิศทางเข้าสู่จตัวแบบด้วยการใช้ Filter Radial Blur โดยให้ทำการ Flatten Layer ตัวเก่ารวมกันก่อน จากนั้น ทำการ Duplicate Layer ขึ้นมาอีกชั้น จากนั้นทำการแต่งภาพโดยใช้ Filter Radial Blur โดยเลือก Filter > Blur > Radial Blur
จากนั้นให้เราทำการตั้งค่าดังต่าของ Filter Radial Blur ดังภาพด้านล่างนี้ โดยเลือก ตามมุมที่เราได้ทำการแต่ง Lens Flash เพื่อสร้างทิศทางให้กับลำแสงที่เราได้ทำการแต่งไปเมื่อสักครู่นี้ พร้อมทั้งกำหนดค่าภาพภาพด้านล่างนี้
หลังจากการสร้างโมชั่นเสร็จแล้ว สร้าง Mask ขึ้นมาที่ Layer ที่เราได้ทำการแต่งโมชั่นไปเมื่อสักครู่นี้ จากนั้น ให้ทำการลดค่า Opacity ลงอีกเล็กน้อยเมื่อภาพจางเราเราจะเห็นถึงความฟุ้งและโมชั่นของภาพเกิดซึ่งตรงี้ จะเห็นว่าโมชั่นที่เกิดนั้น บดบังความชัดของตัวแบบและดังนั้นเราจึงต้องทำการลบอีกครั้งเพื่อเปิดรายละเอียด ซึ่งการตั้งค่าต่าง ๆ ดูได้จากภาพด้านล่างนี้เลยครับ....
กำหนดค่าของโมชั่นตามภาพด้านล่างได้เลยครับ ซึ่งค่านี้เราสามารถเลื่อนปรับได้ ตามความต้องการเลย ลองเลื่อนแถบก็จะเป็นความเปลี่ยนแปลงของความฟุ้งของเส้นแสงด้านมุมบน
จากนั้นกำหนดค่าอยู่ที่ 25-27% ตามภาพ จากนั้นททำการลบในส่วนที่ฟุ้งของตัวแบบตามภาพด้านล่าง
จากนั้นให้เราทำการลบเช่นเดียวกับขั้นตอนของการทำ Lens Flash อีกครั้งหนึ่งเพื่อเปิดรายละเอียดทที่เสียไปของแบบ เมื่อทำการลบเสร็จแล้ว ให้ทำการ Flatten Layer ซึ่งในขั้นตอนต่อไป เราจะมาสร้างโมชั่นให้กับแบบซึ่งจะเป็นการสร้างให้ภาพดูมีการเคลื่นไหวและน่าสนใจมากขึ้น โดยการ Duplicate Layer ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง
จากนั้นเรามาทำการสร้างโมชั่นของตัวแบบด้วย Filter Motion Blur โดยการเข้าไปที่ Filter > Blur > Motion Blur ตามภาพด้านล่างนี้
สำหรับในส่วนของการตั้งค่า Motion Blur ดูจากด้านล่างนี้ได้เลยครับ
หลังจากที่เราได้ทำการสร้าง Motion Blur ให้กับ Layer ด้านบนแล้วจากนั้นให้ ปรับค่า Opacity ลงเหลือราว 60-65 % ซึ่งจะเห็นได้ว่าโมชั่นของแบบดูจากลงไป จากนั้นก็ใช้เทคนิคเดิมคือ ทำการ Mask ที่ Layer แล้วทำการใช้ยางลบ ลบในส่วนที่เราต้องการแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เช่นใบหน้า ช่วงตัว และส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ของภาพด้งตัวอย่างด้านล่างนี้
เมื่อทำการลบในส่วนที่เราต้องการเปิดรายละเอียดของภาพเสร็จแล้วทำการ Flatten Layer จากนั้นทำการ Save ภาพถือว่าเป็นอันเสร็จในการแต่งในส่วนของภาพในครั้งนี้
ตัวอย่างเปรียบเทียบก่อนแต่งหลังแต่งภาพ
ภาพหลังจากแต่งเรียบร้อยแล้ว
บทความนี้ถือว่าเป็นการนำเอา เทคนิคการแต่งภาพในหลาย ๆ แบบมายำรวมกันในภาพเดียวเพื่อให้เกิดความลงตัวของภาพ โดยงานนี้ขอขอบคุณภาพใน Blog ของ AKB48 แห่งหนึ่ง ซึ่งผมได้นำมาแต่งในรูปแบบแนว Art ให้เพื่อน ๆ ได้ดูเป็นตัวอย่างกันหวังว่าคงเอาเทคนิคดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กันนะครับ บทกันบทความหน้าว่าผมจะเอาเทคนิคไหนมาให้ได้เล่นกันอีก ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ ^^
=====================================================================
ภาพจาก : Blog AKB48
บทความโดย : Zaddman


























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น